ช้างที่เคยอยู่กับเรา

ช้างอยู่ประจำของเราบางเชือกจากไปแล้วแต่ยังคงอยู่ในใจเราเสมอ

ช้างน้อยภูผา 

จากไป: พ.ศ. 2545

ภูผาจากไปโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว ภูผาเป็นลูกของพังอ้วน (หนึ่งในช้างที่อยู่ประจำกับเรา) เป็นลูกช้างที่สุขภาพดีตั้งแต่เกิดจนอายุสามปี ผลการพิสูจน์ซากสรุปได้ว่าช้างน้อยเป็นโรคคอบวม เราทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพังอ้วนรู้สึกถึงความสูญเสียกับการจากไปของช้างน้อยภูผาอย่างใหญ่หลวง

พังคำมี 

จากไป: 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2545

พังคำมีมาถึงมือมูลนิธิฯเมื่อ พ.ศ. 2541 ในสภาพช้างป่วยและทรมานด้วยอาการเสพติดยาม้า เหตุของการติดยาเกิดจากเจ้าของให้สารกระตุ้นสังเคราะห์เพื่อไม่ให้ช้างหลับเพื่อใช้ทำงานลากซุงผิดกฎหมายอย่างไม่ต้องหยุดพัก เมื่อมาถึงมูลนิธิฯ ทีมสัตวแพทย์ค่อยๆถอนยาเสพติดให้ช้าง ใช้เวลา 5 ปีกว่าพังคำมีจึงค่อยสมบูรณ์ขึ้น แต่เวลาต่อมาสภาพร่างกายโดยรวมกลับเสื่อมทรุดลงและทำให้ช้างเจ็บปวดอย่างมาก มีอาการขาหน้าแข็งและช่องท้องบวม การทำงานของตับล้มเหลว เมื่อหลังจากช้างทรุดครั้งสุดท้ายมูลนิธิฯตัดสินใจให้ยาเพื่อยุติความทรมาน

พังธานี

จากไป: 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552

พังธานีเป็นช้างอยู่ประจำที่เป็นที่รักใคร่ในมูลนิธิฯ ถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลด้วยอาการตั้งครรภ์เทียม หมายถึงว่าร่างกายและฮอร์โมนมีปฎิกิริยาเสมือนว่ามีการตั้งครรภ์ แม้ว่าการตรวจแสดงผลว่าไม่มีการตั้งครรภ์แต่อย่างใด พังธานีได้อยู่กับเราต่ออีกหลายปี จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณบ่งความชราภาพ (เช่น เบื่ออาหารและลงนอนบ่อยๆ) พังธานีจากไปอย่างสงบเมื่อ พ.ศ 2552

พังแท่นทอง

จากไป: 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พังแท่นทองช้างตาบอดผู้เป็นที่รักของพวกเราเข้ามาอยู่กับเราตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2540 ในขณะที่อายุ79 ปี แต่ว่ายังแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ พังแท่นทองรักลูกช้างโม่ชะเป็นพิเศษ ดังนั้นส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เราเรียกเธอว่า “คุณยายแท่นทอง” เพราะทำตัวราวกับเป็นแม่จ่าโขลงให้โม่ชะอย่างไม่ต้องสงสัย ภายหลังระบบการย่อยอาหารของพังแท่นทองเสื่อมลงเรื่อยๆด้วยความชรา ในช่วงสุดท้ายพังแท่นทองหยุดกินอาหารและอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ล้มและจากพวกเราไปตลอดกาลในวันที่แสนเศร้าวันหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2553

พังอีเข้อ 

จากไป: 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิฯ ทราบเรื่องพังอีเข้อจากนายทหารยศพันตรีท่านหนึ่ง พังอีเข้อพลัดตกเขาข้างวัดป่าและทำให้ขาหัก ประเมินได้ว่าขาของช้างหักมาสักพักหนึ่งแล้ว ทำให้มีแผลบนเท้า ขา และท้องซึ่งมีอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง ทั้งยังอยู่ในสภาพขาดอาหารเนื่องจากเดินไปหากินเองได้ไม่สะดวก เมื่อมาถึงมูลนิธิฯ อีเข้อได้พักฟื้นจนหายดีและอยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯจนวันสุดท้าย

อดีตที่ผ่านมาทำให้พังอีเข้อได้ชื่อว่าเป็นช้างที่ไม่ระย่อต่อความเจ็บปวด ความสามารถยอมรับความทุกข์ทรมานของอีเข้อนั้นน่ายกย่อง และนี่ก็อาจเป็นเหตุผลที่ช้างเชือกอื่นในโรงพยาบาลชื่นชอบพังอีเข้อเป็นพิเศษ